แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังพิฆาต

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (Harry Maguire) ได้เริ่มเล่นในตำแหน่งกองกลาง ตอนเข้ามาร่วมในศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และเมื่อเขามีอายุประมาณ 16-17 ปี โค๊ชมองเห็นร่างกายของเขาที่เปลี่ยนแปลง และเติบโตไปมาก เลยแนะนำให้เล่นในตำแหน่งกองหลังดู

หลังจากที่แม็คไกวร์ เชื่อตามคำแนะนำของผู้ฝึกสอน ทำให้เขาสามารถทำได้ดี ในตำแหน่งแนวหลังนี้ และสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมได้ นักเตะคนนี้มีความขยันในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เป็นเป้าหมายผลักดันตัวเองในขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของสโมสรให้ได้

และในปี 2011 แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ในวัย 18 ปี เขาได้ถูกเรียกขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรก ซึ่งลงสนามให้กับสโมสรเป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในฐานะของนักเตะสำรอง แต่ก็เล่นได้สุดยอดแม้จะผิดพลาดไปบ้าง

ซึ่งในการแข่งขันนัดต่อๆ มา เขาก็สามารถกลายมาเป็นตัวหลักให้กับทางสโมสรได้สำเร็จ และในขณะนั้นถือเป็นช่วงที่ แม็กไกวร์ ยังมีอายุที่น้อยและยังขาดประสบการณ์เป็นอย่างมาก จึงทำให้เขาค่อนข้างอารมณ์ร้อนและสกัดบอลด้วยลูกเล่นที่หนักหน่วงอยู่ประจำ

ในปี 2014 แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ตัดสินใจย้ายสโมสรมาอยู่กับทาง ฮัลล์ ซิตี้ เพื่อออกตามหาความฝันและความท้าทายใหม่ๆให้กับตัวเอง เพราะในขณะนั้น ฮัลล์ ซิตี้ เป็นสโมสรที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นอยู่บนลีกสูงสุดของอังกฤษได้

สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีมของ ฮัลล์ ซิตี้ เล็งเห็นว่า พรีเมียร์ลีกเป็นศึกที่หนักจริงๆ และแม็คไกวร์เองก็ขาดประสบการอยู่มาก จึงได้ด้ตัดสินใจ ปล่อยตัว ให้กับทางสโมสร วีแกน แอธเลติก ได้ยืมตัวเขาไปใช้งานเป็นระยะเวลาครึ่งฤดูกาล

ซึ่งหลังจากนั้นเขากลับมาพร้อมกับความแข็งแกร่งและกลายมาเป็นกำลังหลักของสโมสรได้สำเร็จ แต่ถึงแม้ว่าในปี 2015 สโมสรฮัลล์ ซิตี้ ตกชั้นไปเล่นอยู่ในลีก แชมเปี้ยนส์ชิพแต่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก็สามารถพาทีมกลับขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้ โดยระยะเวลาเพียงหนึ่งฤดูกาลเท่านั้น

หลังสิ้นสุดฤดูกาล 2016-2017 ฮัลล์ ซิตี้ ก็ต้องตกชั้นอีกครั้ง จนทำให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กลายเป็นที่หมายตาของเหล่าสโมสรใน พรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะเลือกย้ายไปเล่นให้กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคาค่าตัวประมาณ 17 ล้านปอนด์

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กับทีมจิ้งจอกสยาม

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กลายเป็นกำลังสำคัญของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ในทันที ไม่ใช่แนวหลังที่หนาแน่นอย่างเดียว แต่ยังสามารถขึ้นไปจบสกอร์ได้อีกด้วย เรียกว่าหลังแนวรุกกันเลย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศชื่อเสียงของเขา เป็นที่รู้จักกันทั่ว จนมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษไปลุยฟุตบอลโลกปี 2018 เป็นครั้งแรก

สโมสรยักษ์ใหญ่อย่างมากมายให้ความสนใจแม็คไกวร์ โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ยื่นข้อเสนอเขามาให้กับทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้พิจารณาเป็นจำนวนเงินถึง 60 ล้านปอนด์ แต่ก็ถูกทางต้นสังกัดปฏิเสธกลับไป

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมกับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่น 2018-2019 ทำให้ แมคไกวร์ ได้รับความสนใจจาก 2 ทีมยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่ด้วยค่าตัวที่สูงพอสมควร ทำให้เรือใบสีฟ้าทำการถอนตัว จึงเป็นโอกาสดีสำหรับทีมปีศาจแดง เข้าเจรจา จนได้ข้อตกลง เซ็นสัญญา ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ เป็นระยะเวลา 6 ปี และสวมเสื้อหมายเลข 5 ตามไอดอลของเขาอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานแมนยูฯ ถือว่าเป็น กองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก

หลังจากย้ายเข้ามาที่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็สามารถพิชิตใจแฟนบอลผีแดงได้ ด้วยการสร้างผลงานที่โดดเด่น น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

ผลงานที่ผ่านมา

Young Player of the Month: 2011

Sheffield United Young Player of the Year: 2011-2012

Sheffield United Player of the Year: 2011-2012, 2012-2013, 2013-2014

PFA League One Team of the Year: 2011-2012, 2012-2013, 2013-2014

League One Team of the Season: 2013-2014

Hull City Fans Player of the Year: 2016-2017

Hull City Player of the Year: 2016-2017

Leicester City Player of the Season: 2017-2018

Leicester City Players Player of the Season: 2017-2018

นับว่าเป็นปราการหลังที่มีคุณภาพอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้